Body Recomposition – ดูดไขมัน Liposuction

This image has an empty alt attribute; its file name is wed-button-1500x1500-16-1024x1024.jpgThis image has an empty alt attribute; its file name is bottooo-09-300x145.png

ดูดไขมัน (Liposuction) คือ เป็นการใช้เครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายท่อยาวใส่เข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อดูดเอาไขมันส่วนเกินออกมาจากบริเวณต่างๆ เช่น หน้าท้อง สะโพก ก้น ต้นขา ต้นแขน คอ การดูดไขมันไม่สามารถลดความอ้วนทั่วร่างกายได้ แต่สามารถลดจำนวนไขมันบริเวณส่วนต่างๆ ที่สะสมอยู่เฉพาะที่ได้ ช่วยให้รูปร่างดูดีขึ้นและมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น ดูดไขมันภูเก็ต ได้ที่สยามคลินิกภูเก็ต

https://www.youtube.com/watch?v=9hhxEh-q_-Y


ผู้ที่เหมาะสำหรับการดูดไขมัน (Liposuction)

  • คนรูปร่างปกติ หรือคนที่รูปร่างอวบ แล้วมีไขมันบางส่วนมากจนทำให้สัดส่วนไม่เหมาะสม และถึงแม้ใช้วิธีการออกกำลังกายลดเฉพาะส่วนแล้วก็ยังไม่เห็นผล
  • คนที่ผ่านการลดน้ำหนักลงมาแล้ว แต่ยังมีไขมันในบางส่วน และต้องการความกระชับ
  • คนที่มีไขมันเฉพาะส่วนโดดเด่นจนเกินไป เช่น หนอกหลัง เหนียงคอ
  • คนที่สัดส่วนหย่อนคล้อย เนื่องจากสาเหตุอายุที่มากขึ้น

การดูดไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีรูปร่างและน้ำหนักตัวที่ปกติและต้องการจะมีสัดส่วนในแบบที่ต้องการ และมีบริเวณที่มีการสะสมของไขมันที่กำจัดได้ยากแม้จะมีการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแล้วก็ตาม ซึ่งการดูดไขมันไม้ได้เป็นการรักษาโรคอ้วน


ดูดไขมัน (Liposuction) บริเวณใดได้บ้าง

การดูดไขมันไม่สามารถทำได้ทุกบริเวณของร่างกาย เพราะบางส่วนของร่างกายมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในบริเวณที่มีเส้นประสาทจำนวนมากอย่างเช่น ใบหน้า การดูดไขมันช่วยจัดการปัญหาเรื่องไขมันสะสม ไขมันเฉพาะส่วน ช่วยกระชับสัดส่วน ให้รูปร่างดูดีขึ้น ดูเหมาะสมขึ้น ซึ่งไม่ใช่เป็นการลดน้ำหนักแต่อย่างใด โดยบริเวณที่สามารถดูดไขมันได้ มีดังนี้

  • ดูดไขมันหน้าท้อง เป็นบริเวณที่มีไขมันพอกพูนสะสมเป็นจำนวนมาก
  • ดูดไขมันต้นแขน ใต้ท้องแขน ลดปัญหาไขมันสะสมเฉพาะบริเวณ ช่วยจัดการปัญหาแขนใหญ่แขนย้วยได้อย่างเฉพาะเจาะจง แต่สำหรับบุคคลที่ท้องแขนห้อยมาก
  • ดูดไขมันต้นขา เพราะต้นขาเป็นอีกหนึ่งบริเวณไขมันสะสมขนาดใหญ่ที่กำจัดได้ยาก ซึ่งการดูดไขมันจะช่วยลดขนาดต้นขาลงได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถทำการดูดไขมันรอบขาได้ เพื่อให้มีขาเรียวเล็กสมส่วน
  • ดูดไขมันคางหรือเหนียง เป็นบริเวณที่ไขมันสะสมเฉพาะส่วนที่ลดน้ำหนักก็ยังไม่สามารถลดไขมันใต้คางออกไปได้ การดูดไขมันจะช่วยจัดการปัญหาคางหนาเหนียงใหญ่ได้อย่างเฉพาะจุด
  • ดูดไขมันสะโพก บางคนมีปัญหาไขมันสะสมเฉพาะส่วนสะโพก ทำให้สะโพกใหญ่เกินรูปร่าง สะโพกใหญ่เด่นชัดเกินไป
  • ดูดไขมันเอว สาวๆ หลายคนไม่ได้มีปัญหารูปร่าง แต่ต้องการมีเอว S การดูดไขมันเฉพาะส่วนเอวก็ช่วยสร้างความเว้าให้เห็นเอวชัดขึ้นได้
  • ดูดไขมันบริเวณปีกนางฟ้า หรือบริเวณปีกด้านหลังที่มีไขมันล้นเสื้อชั้นในออกมา

การดูดไขมันควรอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้ตอบโจทย์การแก้ปัญหาด้านไขมันสะสมได้อย่างตรงจุดที่สุด


ขั้นตอนการดูดไขมัน (Liposuction)

การดูดไขมันด้วยเทคนิค Tumescent หรือการใส่ยาชาและน้ำเกลือที่เนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งการดูดไขมันเทคนิค Tumescent นั้นถูกใช้ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1987 โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังจากแคลิฟอร์เนีย และกลายเป็นวิธีการดูดไขมันวิธีหลักจนถึงทุกวันนี้ โดยมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  • ฉีดสารละลายน้ำเกลือ (Saline) ซึ่งประกอบด้วย ยาชา และ อะดรีนาลีน (Adrenaline) เข้าไปในเนื้อเยื่อไขมันเพื่อช่วยระงับความรู้สึกและลดการเสียเลือด
  • แพทย์จะใส่ท่อขนาดเล็กลงในเนื้อเยื่อไขมันและใช้อุปกรณ์สุญญากาศดูดไขมันในบริเวณที่ต้องการ
    และหลังจากทำเสร็จแล้ว แพทย์จะใช้ผ้าพันแผลพันรอบบริเวณที่ดูดไขมันเพื่อช่วยลดอาการบวมและทำให้แผลหายได้ง่ายยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการดูดไขมันที่สยามคลินิก


ก่อนการดูดไขมัน (Liposuction) ควรทำอย่างไร

  • ยาประจำตัวต้องให้แพทย์พิจารณาก่อนเสมอ
  • หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ เพราะอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการทำหัตถการได้
  • งดอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดตามที่แพทย์กำหนด
  • งดการสูบบุหรี่


ข้อควรรู้หลังการดูดไขมัน (Liposuction)

  • หลังการดูดไขมันอาจมีอาการบวมเขียวช้ำได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่จะไม่ส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวัน ให้รับประทานยาติดต่อกันตามแพทย์สั่งอย่าให้ขาด ถ้ามีอาการปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
  • งดการอาบน้ำในวันแรกหลังทำ แต่สามารถอาบได้ในวันถัดไป และให้ปิดพลาสเตอร์กันน้ำในบริเวณที่ผ่านการดูดไขมันอย่างมิดชิด หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วงแรกหรือจนแผลแห้ง
  • ใส่ชุดกระชับตลอด 24 ชม. ในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อป้องกันการเกิดก้อนผิวไม่เรียบในบริเวณที่ดูดไขมัน โดยชุดกระชับหลังดูดไขมันจะมีหลายรูปแบบ สามารถดูได้ที่ร้านค้าของทางคลินิกได้ ที่นี่
  • งดกิจกรรมหนัก สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ แต่หลังจาก 2-4 สัปดาห์ไปแล้ว สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอลล์ เพราะส่งผลให้แผลหายช้ากว่าปรกติ


ผลข้างเคียงของการดูดไขมัน (Liposuction)

หลังจากการดูดไขมันเสร็จสิ้นเรียบร้อยจะเกิดสิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เช่น

  • มีการบวมและช้ำ ซึ่งอาจเป็นนานถึง 6 เดือน
  • มีอาการชา ซึ่งจะหายไปเองภายใน 6-8 สัปดาห์
  • อาจมีรอยแผลเป็นในส่วนของบริเวณที่สอดใส่เข็มดูด
  • เกิดการอักเสบและติดเชื้อในบริเวณที่รับการรักษา
  • มีการสะสมของของเหลว เป็นถุงใต้ผิวหนัง

ในบางรายอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่ผิดพลาด ดังต่อไปนี้

  • หลังจากการดูดไขมันแล้วเป็นก้อนไม่สม่ำเสมอ
  • การเปลี่ยนแปลงของสีผิวในพื้นที่ที่ได้รับการรักษา ห้อเลือด
  • เกิดอาการชาเป็นระยะเวลาหลายเดือน
  • อาจสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในระหว่างขั้นตอนการดูดไขมัน เช่น เข็มหรือท่อแทงทะลุลำไส้
  • ภาวะไขมันหรือลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
  • นอกจากนั้น ขั้นตอนการรักษาอาจทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น มีเลือดออกมาก เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ เกิดการติดเชื้อ หรือมีอาการแพ้ยาชา


ระยะเวลาในการพักฟื้นหลังดูดไขมัน (Liposuction)

  • โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่เข้ารับการดูดไขมันจะสามารถกลับมาทำงานได้ภายในไม่กี่วัน และสามารถกลับมาทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติภายใน 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล


วิธีอื่นๆนอกเหนือจากการดูดไขมัน มีวิธีใดบ้าง

นอกเหนือจากวิธีการกำจัดไขมันด้วยการดูดไขมันแล้ว ทางสยามคลินิกยังมีให้บริการสลายไขมันส่วนเกิน ด้วยวิธีการที่แตกต่างออกไปดังนี้


โปรโมชั่นปัจจุบัน

รูปภาพ รีวิวเคสบริการดูดไขมัน Liposuction

ทางสยาม คลินิก ภูเก็ต ได้รวบรวมผลงานคนไข้จริงที่เข้ามารับบริการที่คลินิกเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ที่สนใจจะมารับบริการได้ตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าหลังทำหัตถการต้องเห็นผลชัดเจน ท่านเลื่อนดูรูปภาพรีวิวเคสทรีตเม้นต์ใบหน้าได้ด้านล่างได้เลยค่ะ


ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต