ศัลยกรรมเสริมคาง

ศัลยกรรมเสริมคาง

      การศัลยกรรมเสริมคางในปัจจุบันค่อนข้างได้รับความนิยม มาขึ้นกว่าเมื่อครั้งก่อน โดยเฉพาะในสาวๆ เพราะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวยาว ดูเด็กลง เสริมสร้างความมั่นใจให้กับใบหน้า การ ศัลยกรรมเสริมคาง สามารถช่วยปรับปรุงแก้ไขใบหน้าให้ได้สัดส่วน ช่วยให้โครงหน้าเปลี่ยนไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม คางถอย เป็นต้น

      ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วคนไทย รวมถึงคนเอเชียจำนวนมากมักจะมีลักษณะคางที่สั้นผิดรูป ส่งผลให้ใบหน้าดูสั้นไม่สมส่วน ลักษณะโครงสร้างใบหน้าที่สวยงาม ส่วนบนตั้งแต่ไรผมถึงคิ้ว วนกลางตั้งแต่คิ้วถึงปลายจมูก และส่วนล่างตั้งแต่ปลายจมูกถึงคาง ทั้งสามส่วนควรจะมีสัดส่วนที่เท่าๆกัน ถ้าใบหน้าส่วนล่างสั้นกว่าอีกสองส่วน ก็จะกลายเป็นคนคางสั้น คางเล็ก เมื่อมองภาพรวมใบหน้าจึงไม่ได้สัดส่วนที่สวยงามนั่นเอง

ศัลยกรรมเสริมคาง คือ

การศัลยกรรมเสริมคาง หรือการทำคาง เป็นการทำศัลยกรรมอย่างหนึ่ง ด้วยวิธีผ่าตัดเล็กแล้วใช้แท่งซิลิโคนชนิดเดียวกับที่ใช้ในการศัลยกรรมเสริมจมูก มีทั้งที่ขึ้นรูปมาเรียบร้อยแล้วจากโรงงาน แพทย์อาจมาทำการตกแต่งอีกเล็กน้อยก่อนเสริมเข้าไป กับชนิดที่แพทย์ต้องเหลาขึ้นรูปเองให้เหมาะกับลักษณะใบหน้าของแต่ละคน ซึ่งซิลิโคนที่ใช้นี้ จะต้องได้มาตรฐานทางการแพทย์ ทำการ ศัลยกรรมเสริมคาง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถึงจะมีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ศัลยกรรมเสริมคางเหมาะกับใคร

ศัลยกรรมเสริมคางเหมาะกับใคร

      การศัลยกรรมเสริมคาง เหมาะสำหรับคนที่มีสัดส่วนของใบหน้าไม่สมดุล ได้แก่
  • คางเล็กมากเกินไป คางหดสั้นเข้าไปด้านใน
  • คนที่โครงหน้าไม่ได้รูป คางไม่สมส่วน
  • คนที่ใบหน้าสั้น สัดส่วนคางไม่เข้ารูปกับสัดส่วนใบหน้าส่วนอื่น
  • นอกจากนี้การ ศัลยกรรมเสริมคาง ยังเหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้ารูปกลม หน้ารูปเหลี่ยม โดยจะช่วยให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น และเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้มีความ V Shape เรียวเล็ก ตามความนิยมของคนในปัจจุบัน

    ศัลยกรรมเสริมคางมีแบบไหนบ้าง ?

          สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการเสริมคางมีกี่วิธี กี่แบบ ทุกวันนี้การวิธีเสริมคาง มีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ คือ
  • การเสริมคาง ด้วยวิธีการฉีด
  • การเสริมคาง ด้วยวิธีการผ่าตัดเสริมซิลิโคน
          ในส่วนของการฉีดมีทั้งการฉีดเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ และไขมัน ซึ่งวิธีนี้เมื่อทำแล้วจะไม่สามารถอยู่ได้อย่างถาวร ทั้งวิธีการฉีดด้วยไขมัน และ ฉีดฟิลเลอ์คาง สามารถสลายไปเองในช่วง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่บุคคล หรือในบางรายอาจะต้องฉีดเติมเต็มซ้ำทุก ๆ ปี ส่วนอีกวิธีการเสริมคาง คือ การผ่าตัด ศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยซิลิโคน ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่สามารถเสริมคาง ได้ผลอย่างถาวร การเสริมซิลิโคน สามารถจัดรูปทรงได้โดยที่คุณหมอสามารถออกแบบปรับรูปทรงคางร่วมกับคนไข้ ตามความต้องการและความเหมาะสม ซึ่งการเสริมคางด้วยซิลิโคนนั้นมีความเป็นธรรมชาติมาก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การศัลยกรรมเสริมคางแผลใน และ การศัลยกรรมเสริมคางแผลนอก
  • การศัลยกรรมเสริมคางแผลใน

         จากนั้นศัลยวิธีการเป็นการ การศัลยกรรมเสริมคาง ผ่าตัดแบบเปิดแผลด้านในช่องปาก ตรงบริเวณเหงือกด้านในกับริมฝีปากล่าง ให้มีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร (หรือแล้วแต่ขนาดซิลิโคน) แพทย์จะผ่าแยกเยื่อหุ้มบริเวณขอบล่างของคางออก แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

    ข้อดีของการเสริมคางแผลใน

  • ไม่มีแผลเป็น เพราะมองไม่เห็นแผลจากภายนอก
  • เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ เพราะแผลจะซ่อนอยู่ด้านใน
  • นิยมในแพทย์หรือทันตแพทย์ที่ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรและการสบฟันร่วมด้วย

  • ข้อเสียของการเสริมคางแผลใน

  • แม้มองไม่เห็นแผลภายนอก แต่แผลในปากที่อยู่ติดกับร่องเหงือกจะไม่ค่อยสวยและเห็นชัด
  • มีโอกาสติดเชื้อสูงจากน้ำลายหรือเศษอาหาร จึงต้องดูแลแผลในปากเป็นพิเศษ
  • การวางซิลิโคนไว้ให้ติดกับกระดูกกรามล่าง มีโอกาสเคลื่อนที่และไม่ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้
  • อาจเกิดปัญหากับกล้ามเนื้อคางและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ ส่งผลให้มีการหดตัวของกล้ามเนื้อคาง เมื่อมองจากภายนอก ผิวหนังอาจดูไม่เรียบเนียนได้
  • มีพื้นที่ในการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด ต้องกรีดเปิดแผลในปากค่อนข้างยาวเพื่อวางซิลิโคน ทำให้เนื้อเยื่อช้ำและมีเลือดออกมาก การเย็บปิดแผลก็ค่อนข้างยุ่งยาก
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ยาก เพราะแผลเย็บในปากมีมากแล้ว การผ่าตัดซ้ำอีกก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มแผลมากขึ้น

  • ข้อควรระวัง

    การศัลยกรรมเสริมคางแผลใน จะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลทำความสะอาด เพื่อลดภาวะติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ระมัดระวังเรื่องของเศษอาหารตกค้างในช่องปาก และระวังไม่ให้คางกระแทกจนซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง

    การศัลยกรรมเสริมคางแผลนอก

         การศัลยกรรมเสริมคาง ในรูปแบบนี้เป็นการผ่าตัด ศัลยกรรมเสริมคาง จากด้านนอก ขั้นตอนการเสริมคางคุณหมอจะทำการเปิดแผลบริเวณใต้คาง เฉลี่ยอยู่ที่ 1-1.5 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปวางตำแหน่งซิลิโคนเฉียงลงล่างให้ดูหน้าเรียวขึ้นและปรับแต่งรูปคางตามโครงหน้าของคนไข้การผ่าตัดจะทำร่วมกับการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัด ประมาณ 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของการปรับรูปหน้าคนไข้แต่ละคน

    ข้อดีของการเสริมคางแผลนอก

  • มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าการเปิดแผลในช่องปาก
  • กล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างน้อย เพราะแพทย์สามารถหลีกเลี่ยงกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เพื่อเข้าสู่ขอบล่างของกระดูกกรามได้โดยตรง
  • เมื่อเกิดปัญหาซิลิโคนเบี้ยวหรือเอียงจะแก้ไขได้ง่ายกว่า เพราะสามารถผ่าตัดซ้ำที่แผลภายนอกได้เลย
  • สามารถวางตำแหน่งซิลิโคนได้ง่าย

  • ข้อเสียของการเสริมคางแผลนอก

  • หลัง การศัลยกรรมเสริมคาง ด้วยวิธีนี้จะมีแผลเป็นเล็กน้อยบริเวณใต้คางเหมือนคางแตก ความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

  • ข้อควรระวัง

         การศัลยกรรมเสริมคาง แผลนอก อาจไม่เหมาะกับคนที่มีเกิดรอยแผลเป็นได้ง่าย ดังนั้นในบางรายอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ แต่หากทำการดูแลรักษาอย่างดีทาครีมลดรอยแผลเป็นอย่างสม่ำเสมอ รอยแผลเป็นก็อาจหายได้ โดยเฉลี่ยต้องใช้ระยะนานพอสมควร ประมาณ 1-3 เดือน

    ประเภทของซิลิโคนที่ใช้ในศัลยกรรมเสริมคาง

    1.ข้อควรระวัง

         จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง ซิลิโคนขายาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมากๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

    2.ซิลิโคนขายาว

         จะมีขาวางโค้งครอบไปบนกระดูกปลายคางเพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในองศาเดียวกับกรอบหน้าพอดี ทำให้ไม่เป็นรอยต่อเกิดขึ้นระหว่างแก้ม-คาง ตัวขาซิลิโคน จะช่วยล็อคไว้ ไม่ให้ห้อยย้อยตกลงมาใต้คาง ครอบล็อคกระดูกคาง ป้องกันคางเบี้ยวเอียง ซิลิโคนขายาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยมมากๆ ตัวซิลิโคนจึงต้อง ครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม รับกับกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น

         นอกจากลักษณะของซิลิโคนแล้วประเภทของซิลิโคนก็มีส่วนทำให้คาง เข้ากับรูปหน้ามากขึ้นได้ด้วย หากเลือกชนิดที่เหมาะสมจะช่วยให้รูปหน้าได้สัดส่วนที่ดี มีมิติ ดูเรียว ดูสวย อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งซิลิโคนที่ใช้ในการ ศัลยกรรมเสริมคาง มี 2 ประเภท คือ

    1.ซิลิโคนเกาหลี (Korean Silicone)

         มีข้อดีของซิลิโคนประเภทนี้คือ คือ นุ่มทำให้เวลาเสริม ดูเป็นธรรมชาติ การทำคางด้วยซิลิโคนเกาหลีจะช่วยทำให้คางดู พุ่ง งอนมาด้านหน้า แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นกับเนื้อคางของคนไข้ด้วย

    2.ซิลิโคน USA

         จุดเด่นของการทำคางด้วย ซิลิโคนอเมริกา คือ จะไม่นิ่มมาก เป็นซิลิโคนที่มีมาตรฐานพิเศษ มีค่าความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูงมาก
         ซิลิโคนที่ใช้ในการ ศัลยกรรมเสริมคาง (medical grade silicone) เป็นเกรดทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในวงการศัลยกรรมความงาม การ ศัลยกรรมเสริมคาง ให้ดูทรงเป็นธรรมชาติ มีความปลอดภัยต่อร่างกาย มีความยืดหยุ่น เหลาขึ้นรูปได้ง่ายเพื่อให้เข้ากับโครงหน้าของคนไข้แต่ละบุคค

    ก่อนศัลยกรรมเสริมคางต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

    หลังจากปรึกษาแพทย์และตัดสินใจผ่าตัด ศัลยกรรมเสริมคาง แล้ว ควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้การผ่าตัดเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดมีรายละเอียด ดังนี้

    1. งดยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น แอสไพริน
    2. งดอาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัดเสริมคาง รวมถึงสมุนไพรบางชนิด เช่น อีฟนิงพริมโรส ยาวิตามิน E ปริมาณสูงๆ อาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส กระเทียม หัวหอม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง อย่างน้อย 3-7 วัน เพราะอาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติหรือมีปัญหาระหว่างผ่าตัด
    3. งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
    4. งดน้ำงดอาหารทุกชนิดก่อนการผ่าตัดเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง
    5. แปรงฟันและทานอาหารให้พร้อมก่อนผ่าตัด เนื่องจากหลังผ่าตัดมักทานอาหารได้น้อย
    6. หากมีโรคประจำตัวหรือมีประวัติแพ้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน
    7. ควรพาญาติหรือบุคคลใกล้ชิดมาด้วยในวันผ่าตัด

    ขั้นตอนการศัลยกรรมเสริมคาง

    การ ศัลยกรรมเสริมคาง ทั้งแบบผ่าตัดการศัลยกรรมเสริมคาง แผลใน การศัลยกรรมเสริมคาง แผลนอก มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. บ้วนน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนรับการผ่าตัด
    2. นอนพักในห้องผ่าตัด เพื่อตรวจวัดความดันโลหิต ชีพจรก่อนรับการผ่าตัด
    3. แพทย์จะให้ยานอนหลับเพื่อลดความกังวล แล้วจึงค่อยฉีดยาชา เพื่อไม่ให้ไม่มีอาการเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด
    4. ผ่าตัด ศัลยกรรมเสริมคาง โดยใช้ซิลิโคน และเย็บแผลด้วยไหมละลาย (ไม่ต้องตัดไหม)
    5. นอนพักที่ห้องพักฟื้นและประคบน้ำแข็งบริเวณที่ทำการผ่าตัด และนอนสังเกตอาการประมาณ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ หลังการผ่าตัด และสามารถกลับบ้านได้ ไม่ต้องนอนค้าง

    วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมเสริมคาง

    เมื่อผ่าตัด ศัลยกรรมเสริมคาง เสร็จแล้วก็ยังคงต้องดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์อย่างเคร่งคัด โดยวิธีดูแลตัวเองหลัง ศัลยกรรมเสริมคาง โดยทั่วไป มีดังนี้

    1. หลังผ่าตัดจะมีอาการบวม จึงควรประคบเย็นอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงประมาณ 2 สัปดาห์
    2. หมั่นบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด น้ำเกลือ หรือนำยาบ้วนปาก ทุก 2-3 ชั่วโมงและทุกครั้งหลังอาหาร เพื่อเป็นการรักษาความสะอาดในช่องปาก
    3. ควรรับประทานอาหารที่เคี้ยวง่าย เช่น อาหารอ่อนหรืออาหารเหลว และหลีกเลี่ยงการขยับปากในช่วงแรก
    4. หลังการผ่าตัดในภายในช่วง 2 สัปดาห์แรก ควรงดกิจกรรมที่ทำให้บาดแผลกระทบกระเทือน เช่น การวิ่ง กระโดด และห้ามเท้าคางเด็ดขาด
    5. ช่วงแรกๆ ให้นอนหงาย และหนุนหมอนสูงๆ เพื่อลดอาการบวม และอาการเลือดคั่ง
    6. งดทานอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง และอาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยว รวมถึงงดของสุกๆ ดิบๆ เพราะอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนได้
    7. ดื่มน้ำมากๆ โดยควรใช้หลอดดูด เพื่อลดการขยับคาง
    8. งดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก จะทำให้หน้าบวมได้
    9. ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง พร้อมดูแลแผลอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น
    10. ระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณคาง ไม่ควรยิ้มหรือหัวเราะมากจนเกินไป และระมัดระวังไม่ให้เกิดแรงกระแทกมากระทบซิลิโคนมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ซิลิโคนที่ยังเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกไม่ดีพอขยับเขยื้อนได้
    11. หากมีอาการผิดปกติจากการศัลยกรรม หรือสงสัยว่าตัวเองมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

    แนวทางการรับประทานอาหารหลังศัลยกรรมเสริมคาง

    การรับประทานอาหารหลังการทำ ศัลยกรรมเสริมคาง แนะนำให้เน้นอาหารอ่อน ไม่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมาก รสอ่อน งดเผ็ดหรือเค็ม ช่วง 1 เดือนแรกหลังการผ่าตัด งดอาหารแสลง อาหารทะเล ของสุก ๆ ดิบ ๆ ที่เสี่ยงให้แผลบวมนานกว่าปกติ

    ผลข้างเคียงของการศัลยกรรมเสริมคาง

    หลังจากผ่าตัด ศัลยกรรมเสริมคาง ใบหน้าจะยังไม่เข้ารูปในทันที และอาจมีผลข้างเคียงบ้าง ดังนี้

  • หากมีรอยเขียวช้ำหลังจากการผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ ให้ประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณรอยเขียวช้ำ เพื่อให้รอยเขียวช้ำหายเร็วขึ้น
  • อาการบวมมักจะยุบลงและได้รูปร่างของคางใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-3 เดือน หลังการผ่าตัด
  • หลังการ ศัลยกรรมเสริมคาง อาจเกิดอาการชาบริเวณคาง ริมฝีปาก ฟันล่างด้านหน้า เนื่องจากเส้นประสาทถูกรบกวนจากการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดเพียงชั่วคราว อาการชาจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ และฟื้นได้ในเวลาประมาณ 1-3 เดือน
  • หากมีการกระแทกหรือกระทบอะไรแรงๆ อาจะส่งผลให้ก็อาจส่งผลให้คางเอียงได้ โดยเฉพาะในช่วงประมาณ 1 เดือนหลังการผ่าตัด จะต้องแก้ไขโดยการผ่าเพื่อเข้าจัดคางใหม่
  • ผู้ที่อาจเป็นอันตรายและไม่ควรทำการ ศัลยกรรมเสริมคาง ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคลมชัก โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเลือดและสตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

  • ศัลยกรรมเสริมคาง เจ็บไหม ?

    การศัลยกรรมเสริมคาง เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก ที่ทำการผ่าตัดร่วมกับการฉีดยาชา ดังนั้น ความรู้สึกเจ็บ จะมีแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น หลังยาชาออกฤทธิ์ ระหว่างที่ผ่าตัด จนเสร็จ คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่หลังยาชาหมดฤทธิ์ อาจจะมีอาการตึง หรือรู้เจ็บบ้างเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาแก่ปวดได้ รวมถึงมีการประคบเย็น เพื่อลดปวดและลดบวม หลังผ่าตัดเสร็จ สามารถเดินทางกลับบ้านพักฟื้นได้ โดยไม่ต้องพักฟื้นที่คลินิก

    ศัลยกรรมเสริมคาง พักฟื้นนานแค่ไหน ?

    การพักฟื้นหลังจากการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคาง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 วัน แต่สามารถไปไหนมาไหนได้ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่กระทบกิจวัตรประจำวัน 7 วัน จะนัดเข้ามาเพื่อเช็คแผล หรือตัดไหม ทรงคางจะเข้าที่ใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน

    Contect

    [wpforms id=”10946″ title=”false”]