หลุมสิวสวยไม่สุดมาสะดุดกับหลุมสิว

ปัญหาสิว นอกจากจะสร้างอาการอักเสบและรอยแผลเป็นแล้ว บางครั้งยังทิ้งหลุมสิวให้กลุ้มใจอีกต่างหาก เพราะคนที่มีหลุมสิวจะทำให้ผิวหน้าขรุขระ ไม่เรียบเนียน ซ้ำร้ายอาจโดนล้อว่าหน้าเหมือนพื้นผิวดวงจันทร์  การมีหลุมสิวเกิดขึ้นบนใบหน้าจึงเหมือนฝันร้ายที่หลายคนไม่อยากให้กับขึ้นกับตัวเอง

0
935

การรักษาหลุมสิว ปัญหาสิว นอกจากจะสร้างอาการอักเสบและรอยแผลเป็นแล้ว บางครั้งยังทิ้งหลุมสิวให้กลุ้มใจอีกต่างหาก เพราะคนที่มีหลุมสิวจะทำให้ผิวหน้าขรุขระ ไม่เรียบเนียน ซ้ำร้ายอาจจะโดนล้อว่าหน้าเหมือนพื้นผิวดวงจันทร์  การมีหลุมสิวเกิดขึ้นบนใบหน้าจึงเหมือนฝันร้ายที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองเลย


หลุมสิว เกิดขึ้นได้อย่างไร

ผู้ที่เป็นสิวอักเสบมักจะมีอาการลุกลามจนกินพื้นที่ลึกลงไปจนถึงเนื้อใน ทำให้เนื้อส่วนนั้นหายไปแล้วกลายเป็นหลุมสิวขึ้นมา หรือบางรายที่เป็นสิวธรรมดาแล้วไปบีบสิวจนทำให้กลายเป็นสิวอักเสบก็ทำให้เกิดหลุมสิวขึ้นมาได้ ซึ่งหลุมสิวสามารถแบ่งความรุนแรงได้ 3 ระดับ ดังนี้

การรักษาหลุมสิว

  • Rolling Scar  รอยแผลเป็นระดับความลึกทั่วไป มีความกว้างของปากหลุมตื้นเป็นเพียงแอ่งเว้าลงไปอาจมีขนาดกว้างแต่ไม่กินลึกถึงชั้นหนังแท้ รุนแรงน้อยที่สุดซึ่งหลุมสิวระดับนี้เกิดจากการแกะสิวในระดับที่ไม่ลึกมาก สามารถรักษาได้ง่ายกว่าระดับอื่นๆ
  • Box Scar เป็นระดับรุนแรงปานกลาง ความกว้างของปากหลุมเป็นแบบกว้าง หลุมสิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นบ่อมีขอบชัดเจนก้นความลึกแค่ชั้นผิวเท่านั้น ไม่ได้ถึงขั้นรูขุมขน หลุมสิวแบบตื้น เกิดจากสิวอักเสบหรืออีสุกอีใสสามารถรักษาได้ง่ายกว่าและหน้ากลับมาเหมือนเดิมได้
  • Ice Pick Scar เป็นระดับรุนแรงที่สุด มีลักษณะปากหลุมแคบแต่มีความลึกถึงรูขุมขนหลุมสิวชนิดนี้เกิดจะการบีบหรืออุดตัน มีการทำลายลงลึกถึงชั้นผิวแท้ทำให้คอลลาเจนหายไปด้วยหลุมสิวชนิดนี้รักษายากและดีขึ้นช้า ใช้เวลานานในการฟื้นฟูผิวให้เต็ม การรักษาจึงทำได้เพียงช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นเท่านั้น

สิวแบบไหนที่สามารถกลายเป็นหลุมสิวได้ (การรักษาหลุมสิว)

ลักษณะของสิวที่สามารถกลายเป็นหลุมสิวได้มีดังต่อไปนี้ค่ะ

  • สิวหัวช้างเม็ดใหญ่ๆ (Cyst) ที่มีหนองปนเลือดอยู่ภายในหัวสิว
  • สิวอักเสบรุนแรง (Pustule) หรือสิวหัวหนอง
  • สิวที่ติดเชื้อแบคทีเรียจนลุกลามไปทั่วชั้นใต้ผิว(Nodule)

การรักษาหลุมสิว


การรักษาหลุมสิว

ปัญหาสิว นอกจากจะสร้างอาการอักเสบและรอยแผลเป็นแล้ว บางครั้งยังทิ้งหลุมสิวให้กลุ้มใจอีกต่างหาก เพราะคนที่มีหลุมสิวจะทำให้ผิวหน้าขรุขระ ไม่เรียบเนียน ซ้ำร้ายอาจโดนล้อว่าหน้าเหมือนพื้นผิวดวงจันทร์  การมีหลุมสิวเกิดขึ้นบนใบหน้าจึงเหมือนกับฝันร้ายที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะฉนั้นการทำ Air – Dissector หรือ Oxy Air  แนวทางในการรักษาหลุมสิวสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการใช้ยาทาในกรณีที่เป็นหลุมสิวในระดับ Box Scar และ Rolling Scar การฉีดฟิลเลอร์เติมหลุมสิว การลอกผิวด้วยกรด AHA การเลาะพังผืดใต้ผิวหนัง (subcision) การยิงเลเซอร์เพื่อซ่อมแซมผิวส่วนที่สึกหรอ เช่น Fractional CO2, Fraxel Laser ,Oxy Air แต่วิธีการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพและเห็นผลดีที่สุดคือการใช้ Air – Dissector

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากรู้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องหลุมสิว อ่านต่อได่ที่นี้

      รีวิวหลุมสิว

หลุมสิวdr.


Air – Dissector คืออะไร?

เครื่องมือรักษาหลุมสิว ที่เรียกว่า  Air – Dissector มีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก ความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 เซนติเมตร มีเข็มปลายแหลมอยู่บริเวณปลายกระบอก ใช้สำหรับสะกิดผิวหนังชั้นบน การทำงานของ  Air – Dissector เป็นการปล่อยแก๊สไปที่ใต้ผิวหนัง เพื่อเลาะพังผืดให้ผิวตื้นขึ้นมา อาจทำควบคู่กับ Gentle Laser ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่ทำการรักษา โดยการใช้  Air – Dissector จะทำให้รู้สึกแสบยุบยิบอยู่บ้าง ใช้เวลารักษาประมาณ 10 – 20 นาที โดยพิจารณาจากจำนวนและระดับความลึกของหลุมสิวของผู้ป่วยแต่ละราย

Air – Dissector คือเครื่องมือในการรักษาหลุมสิว


วิธีการรักษาหลุมสิว ที่นิยม เช่นทำทรีตเมนต์

  1. AHA ลอกผิวด้านบนออก
  2. ทำเลเซอร์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ควรปรึกษาคุณหมอเรื่องระดับความแรงของเลเซอร์ด้วยค่ะ
  3. ตัดพังผืดใต้ผิวหนัง (Subcision) วิธีนี้จะใช้ทำให้ผิวช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่หลุมสิวจะดูตื้นขึ้นค่ะ
    เช่นการศัลยกรรมผ่าตัดหลุมสิว (Punch Excision & Grafting) สำหรับการรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่หายค่ะ

การรักษาหลุมสิว การเลาะพังผืดใต้ผิวด้วยอากาศแรงดันสูง

เลาะพังผืด

นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาแผลเป็น ร่องติดลึก รูขุมขนกว้างและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ เป็นอีกหนึ่งในนวัตกรรมใหม่ อุปกรณ์ชนิดนี้มีชื่อว่า Intradermal Air Dissector แปลเป็นไทยว่า เครื่องเลาะแยกชั้นผิวด้วยอากาศ แต่ความเป็นจริงมันก็คือ อุปกรณ์ช่วยเลาะพังผืดใต้ผิวด้วยอากาศแรงดันสูงนั้นเอง

เรามาทำความเข้าใจถึงกลไกลการซ่อมแซมตัวเองของผิวหนัง และการเกิดแผลเป็นของผิวหนังกันก่อนดังนี้ ธรรมชาติของผิวหนังมนุษย์ (ไม่นับรวมถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง) ประกอบด้วยผิวชั้นบนบางๆ ที่เรียกหนังกำพร้า (Epidermis) และด้านล่างซึ่งหนากว่า คือชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยประกอบได้ด้วนเซลล์ที่มีชีวิตหลายชนิด มีหลอดเลือดและเส้นประสาทขนาดเล็ก ต่อมเหงื่อ มีรูขุมขน หรือที่เรียกว่า Adnexal Structure  เซลล์ในชั้นนี้ก็จะสามารถแบ่งตัวมาซ่อมแซมและทดแทนเซลล์ที่เสียไป ดังนั้น การเกิดแผลเป็นก็จะไม่มี แผลก็จะหายเป็นผิวปกตินั้นเอง

ถ้าท่านใดสนใจสามารถซื้อ Voucher ได้ที่นี้


ผลลัพท์จากการรักษา การรักษาหลุมสิว

  1. การรักษาหลุมสิวโดยใช้ Air – Dissector ใช้ระยะเวลาในการรักษาประมาณ 3 – 5 ครั้ง ถึงจะเห็นผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของการเกิดสิวอักเสบ
  2. หากผู้ป่วยเพิ่งหายจากการเป็นสิวอักเสบแล้วทิ้งรอยหลุมสิวในระดับ Box Scar หรือ Rolling Scar ผลลัพทธ์จากการรักษาก็จะใช้เวลาประมาณ 3 – 4 สัปดาห์
  3. หากผู้ป่วยมีรอยหลุมสิวอยู่ในระดับ Ice Pick Scar การรักษาอาจต้องใช้เวลานานกว่าระดับอื่นๆ เห็นผลเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งต้องทำควบคู่กับการป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิวขึ้นอีกครั้งอย่างสม่ำเสมอ

ผลข้างเคียงจาก การรักษาหลุมสิว

  • การรักษาหลุมสิวด้วย Air – Dissector ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายร้ายแรง
  • แต่ผู้ป่วยในรายที่เป็นแผลเป็นบริเวณรอบดวงตา อาจทำให้ตาบวมได้ เนื่องจากแก๊สที่ฉีดเข้าไปทำปฎิกิริยากับแผลเป็น
  • อาการตาบวมจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 3 – 5 วัน หากผู้ที่เป็นสิวดูแลผิวหน้าให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้เป็นสิวอักเสบ
  • ไม่ไปแกะหรือบีบสิว ก็ช่วยลดการเกิดหลุมสิวได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีหลุมสิวเกิดขึ้นก็ไม่ต้องกังวลใจว่าผิวหน้าจะกลายเป็นดวงจันทร์อีกต่อไป เพราะยังมีวิธีการรักษาหลุมสิวที่ช่วยกู้ผิวหน้าให้กลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้ง

เทคนิควิธีการรักษาแผลเป็น ร่องติดลึก รูขุมขนกว้าง และกระตุ้นการสร้างผิวใหม่

  • การเลาะพังผืดที่ยึดเกาะผิวออกจากเนื้อเยื่อด้านล่าง ผิวหนัง ส่วนนั้นก็จะยกตัวลอยขึ้นมา
  • การฉีดสารเติมเต็ม Filler ให้สวยโดยการใช้เข็มปลายทู่เลาะพังผืดใต้ผิวก่อนนั่นเอง
  • อุปกรณ์ชนิดนี้ใช้กับผิวชั้นบน หรือในชั้นหนังแท้เลย
  • การใช้เข็มคมขนาดใหญ่เป็นตัวช่วยตัดพังผืดออก ที่เรียกว่าการทำ Subcision หรือการตัดพังผืดหลุมสิว
  • ถ้าใช้เข็มใหญ่มาตัดเลาะ ก็อาจสร้างพังผืดใหม่ขึ้นมาอีก ต่างกับการใช้อุปกรณ์ Intradermal Air Dissector ซึ่งใช้ความเร็วและความแรงของอากาศเป็นตัวเลาะพังผืด ผ่านเข็มขนาดที่เล็กมาก คือ เบอร์ 31 G ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการทำลายผิวจนเกิดพังผืดเพิ่มขึ้น
  • ชั้นผิวที่แยกออกก็เสมือนการบาดแผลและเกิดการกระตุ้นให้แซ่มแซมตัวเอง และยิ่งหากมีการใช้น้ำเลี้ยงเซลล์ต้นกำหนดร่วมด้วย ก็ยิ่งทำให้การแบ่งตัวสร้างเซลล์ผิวใหม่ดียิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ทั้งแผลเป็น หลุมสิว ร่องติดลึก รอยแตกลายของผิว ค่อยๆ หายไป และยังทำให้รูขุมขนเล็กลง ได้ผิวใหม่พร้อมหน้าใสอีกด้วย

Oxy Air เครื่องรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุดในตอนนี้

โปรแกรม รักษาหลุมสิว ด้วย Oxy Air เป็นการใช้เทคโนโลยีในกลุ่มที่ ใช้พลังงานความถี่วิทยุ (Radio frequency) ความถี่ 1 MHz โดยหลักการทำงานของเครื่อง คือการปล่อยอณูออกซิเจนบริสุทธิ์ (Oxygen) เข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อเลาะพังผืด ที่หนาแน่น ให้คลายตัวลงอย่างนุ่มนวล จากพลังงานความถี่วิทยุ แบบ 2 ขั้ว (Biporlar) ส่งพลังงานผ่านเข็มขนาดเล็ก (pin) ลงไปใต้ชั้นผิวหนังแท้

Oxy Air ทำให้เกิด 3 กระบวนการ ในคราวเดียวกัน ได้แก่ ablation ร่วมกับกระบวนการ coagulation และกระบวนการ Sub-necrotic heating ก่อให้เกิดกระบวนการการผลัดผิวชั้นบนแบบมีไม่มีแผล และยังคงกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาใหม่และทำให้การจัดเรียงตัวของคอลลาเจนเดิมดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้น ริ้วรอยเหี่ยวย่นจางลง รวมถึงปัญหาแผลเป็นหรือแผลหลุมสิวนั้นดีขึ้น จึงเป็นการรักษาหลุมสิวที่ดีที่สุดในขณะนี้

ตัวอย่างขั้นตอนการรักษาหลุมสิวด้วย Oxy Air

เคสรีวิวการรักษาหลุมสิวด้วย Oxy Air

รีวิว – รักษาหลุมสิว คุณไตเติ้ล


ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต

 

 

บทความก่อนหน้านี้เติมความสวยให้ทนทานนานกว่าด้วย ฟิลเลอร์สัมผัสกระดูก
บทความถัดไปฝ้า (Melasma) ชนิด สาเหตุ การป้องกัน และ การรักษา