เก็บสเต็มเซลล์ มีกี่แบบ สามารถเก็บได้จากที่ไหนบ้างและแตกต่างกันอย่างไร

0
319

เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้การใช้งานของสเต็มเซลล์นั้นหลากหลายมากขึ้น โดยหลายๆท่านอาจเคยผ่านหูผ่านตาเรื่องสเต็มเซลล์มาบ้างไม่มากก็น้อย บทความนี้จะพาลงรายละเอียดในเรื่องที่มาของการ เก็บสเต็มเซลล์ แต่ละแบบกันค่ะ


เก็บสเต็มเซลล์ คืออะไร

สเต็มเซลล์ คือเซลล์ตั้งต้นกำเนิดที่ร่างกายสร้าง ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ โดยมี 2 แบบคือ สเต็มเซลล์เลือด คือเลือดจากส่วนของสายสะดือ และสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อ คือเนื้อบริเวณรอบสายสะดือ สเต็มเซลล์จะถูกเก็บในที่อุณหภูมิลบ -196 องศา ซึ่งจะทำให้เก็บเซลล์ได้นาน 100 ปีเลย วันหนึ่งหากเจ็บป่วย วันหนึ่งจำเป็นต้องใช้ ก็สามารถเบิกออกมาใช้ได้เลย เหมือนซื้อเก็บให้ลูก เหมือนการทำประกันไว้ให้ลูก ปัจจุบันรองรับการรักษาหลายโรคมาก เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว ปลูกถ่ายไขกระดูก ซ่อมแซมอวัยวะ โรคที่เกิดจากการเสื่อมถอยของเซลล์ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคเลือด โรคตับ โรคสมอง ข้อเข่าเสื่อม รูมาตอยด์ SLE และช่วยเรื่องชะลอวัย ความสวยความงามด้วย

แต่การนำสเต็มเซลล์ไปประกอบการรักษานั้นจำเป็นจะต้องมีแหล่งที่มาของสเต็มเซลล์ก่อน ซึ่งโดยปกติจะใช้สเต็มเซลล์จากผู้บริจาค (ซึ่งต้องรับความเสี่ยงในเรื่องการปนเปื้อนและโอกาสในการไม่เข้ากันของเนื้อเยื่อ) หรือใช้สเต็มเซลล์ของเราเอง ซึ่งสามารถทำการเก็บสเต็มเซลล์ของตัวเราในขณะที่ยังแข็งแรงหรือแม้กระทั่งเก็บจากเนื้อเยื่อรกในเด็กแรกเกิดเพื่อนำมาฝากตามธนาคารสเต็มเซลล์ก่อนนำมาใช้จริงในอนาคต


เก็บสเต็มเซลล์ มีทั้งหมดกี่แบบ

สเต็มเซลล์ในปัจจุบันที่มนุษย์รู้จักนั้นมีหลากหลายแบบ ถ้าให้แบ่งชนิดของสเต็มเซลล์ที่ใช้กันในวงการแพทย์ในปัจจุบันนั้น มักนิยมแบ่งตามลักษณะของเซลล์ในสเต็มเซลล์นั้นๆ โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆได้แก่

  • สเต็มเซลล์เม็ดเลือด โดยสเต็มเซลล์ชนิดนี้นั้นมีความสามารถในการแบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เป็นเซลล์ในกลุ่มเม็ดเลือดต่าง ๆ เท่านั้น เช่น เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว หรือเกล็ดเลือด ซึ่งทำให้การนำมาใช้งานนั้นก็จะอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเลือดเป็นหลัก อย่างไรก็ตามในบางกรณีก็มีการนำสเต็มเซลล์เม็ดเลือดมาใช้ในภาวะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กลุ่มโรคเลือดด้วย โดยหวังผลการรักษาจากสารกระตุ้นต่าง ๆ ที่ผลิตมาจากสเต็มเซลล์เม็ดเลือดได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก โดยสเต็มเซลล์เม็ดเลือดนั้นสามารถเก็บได้ทั้งจากไขกระดูกในคนที่โตเต็มวัยแล้ว หรือเก็บจากเลือดสายสะดือทารกเมื่อตอนคลอดก็ได้
  • สเต็มเซลล์เนื้อเยื่อมีเซนไคม์ (หรือสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อ) สเต็มเซลล์ชนิดนี้นั้นมีคุณสมบัติในการแบ่งตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองได้หลากหลายกว่า ทำให้มีความหลากหลายในการใช้งานสูงกว่าสเต็มเซลล์เม็ดเลือด โดยการเก็บสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อนั้นสามารถเก็บได้จากเนื้อเยื่อไขมันในคนที่โตเต็มวัยแล้ว หรือสามารถเก็บจากเนื้อเยื่อสายสะดือทารกเมื่อแรกคลอดก็ได้ แต่การเก็บสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อจากไขมันนั้นจะมีความซับซ้อนกว่าปกติ เนื่องจากสามารถเก็บได้ในธนาคารสเต็มเซลล์เพียงบางแห่งเท่านั้น เช่น MEDEZE เป็นต้น

หรือสามารถแบ่งประเภทของสเต็มเซลล์ตามแหล่งที่ทำการเก็บก็ได้ โดยจะแบ่งได้เป็นสองประเภทคือ

  • สเต็มเซลล์ที่เก็บจากทารกเมื่อแรกเกิด (สเต็มเซลล์เม็ดเลือดจากเลือดสายสะดือและสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อจากสายสะดือ)
  • สเต็มเซลล์ที่เก็บจากมนุษย์ที่โตเต็มวัยแล้ว (สเต็มเซลล์เม็ดเลือดจากไขกระดูกและสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อจากเซลล์ไขมัน)

การเก็บสเต็มเซลล์ ตั้งแต่แรกเกิด

การเก็บสเต็มเซลล์จากแต่ละตำแหน่งก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป โดยการเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่แรกเกิดนั้นจะมีค่าใช้จ่ายในเรื่องการเก็บดูแลรักษาสเต็มเซลล์เพิ่มขึ้นมา แต่ก็มีข้อดีกว่าการเก็บสเต็มเซลล์ตอนโตแล้วตรงที่

  • การเก็บสเต็มเซลล์ในผู้ใหญ่นั้น สำหรับสเต็มเซลล์ชนิดเนื้อเยื่อมีเซนไคม์จะเก็บโดยการจัดเก็บเนื้อเยื่อไขมันจากหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือสะโพก ซึ่งเป็นหัตถการที่ปลอดภัยและทำได้โดยทั่วไปแต่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นมา หรือสเต็มเซลล์เม็ดโลหิตที่จะเจาะเข้าไปในไขกระดูก ซึ่งเป็นหัตถการที่ค่อนข้างเจ็บปวดและจำเป็นต้องทำในห้องปลอดเชื้อ ต่างจากการเก็บเนื้อเยื่อสายสะดือและเลือดสายสะดือในเด็กแรกเกิดที่เก็บจากสายสะดือ หรือรกที่แยกจากทารกแล้ว ซึ่งโดยปกติแล้วนั้น รกและสายสะดือจะหลุดมาพร้อมทารกและถูกกำจัดทิ้งอยู่แล้ว ทำให้การเก็บสเต็มเซลล์จากทารกนั้นไม่ก่อให้เกิดความทรมานแก่ทารกใด ๆ ทั้งสิ้น
  • แม้ว่าปัจจุบันการนำสเต็มเซลล์ไปใช้งานจะยังไม่แตกต่างกันมาก แต่สเต็มเซลล์ที่เก็บจากเนื้อเยื่อสายสะดือนั้นมีศักยภาพในการแบ่งตัว และเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สูงกว่ามาก ซึ่งรองรับความเป็นไปในในการรักษาแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  • เซลล์ที่เก็บจากสายสะดือยังไม่ผ่านการเจอสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี รังสีต่าง ๆ ทำให้สภาพของเซลล์สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับผลจากหลาย ๆ การศึกษาที่รายงานถึงศักยภาพของสเต็มเซลล์ที่ลดลงตามอายุตอนที่ทำการเก็บสเต็มเซลล์

โดยในแง่ของการใช้งานนั้นสเต็มเซลล์เม็ดเลือดไม่ว่าจะเก็บจากแหล่งไหน (ไขกระดูกในคนโตแล้วหรือจากเลือดสายสะดือในเด็กแรกเกิด) ก็จะสามารถแบ่งตัวเองไปเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดเท่านั้น ทำให้การใช้งานถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มโรคเลือดเป็นหลัก

ส่วนสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อนั้นจะมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้หลากหลายกว่า เช่นสามารถเปลี่ยนตัวเองไปเป็นเซลล์กระดูกอ่อน เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ หรือเซลล์ตับ ทำให้มีการใช้งานได้หลากหลายกว่า ด้วยชนิดและศักยภาพของสเต็มเซลล์ที่แตกต่างกันไป ทำให้การเก็บสเต็มเซลล์นั้นจำเป็นจะต้องคำนึงถึงการใช้งานว่าต้องการใช้งานในรูปแบบไหน เพื่อวางแผนการเก็บสเต็มเซลล์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด


เก็บสเต็มเซลล์ ภูเก็ต ที่ไหนดี

เซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ (MSCs) เป็นเซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ ทำหน้าที่ทดแทนเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ ด้านความงาม โดยใช้ฉีดบริเวณใบหน้าเพื่อสามารถนำไปซ่อมแซมเซลล์ผิวให้ดีขึ้นได้ โดยสามารถชะลอวัย คืนความอ่อนเยาว์ ให้ผิวกลับมาดูเปล่งปลั่ง เป็นหนุ่มเป็นสาวอีกครั้ง ดังนั้นควรฉีดในสถานพยาบาทที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน ปลอดภัย


บทความอื่นๆ


ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต

บทความก่อนหน้านี้รู้หรือไม่ ลิฟกรอบหน้าด้วยโบท็อก สามารถทำให้หน้าเรียวสวย กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
บทความถัดไปรักษาหลุมสิว Oxy Air