เควอซิทิน (Quercetin)

เควอซิทิน (Quercetin)

เควอซิทิน (Quercetin Plus) มหัศจรรย์สารไฟโตนิวเทรียนท์ สีเหลือง พฤกษาเคมีกลุ่ม (flavonoid จากผักและผลไม้ ช่วยบำรุงสุขภาพจากภายในด้วยคุณสมบัติเฉพาะของ Quercetin และ Troxerutin ต้านไวรัสหลายชนิด (Anti-viruses)ยับยั้งการติดเชื้อไวรัส เข้าสู่เซลล์ การแบ่งตัวของไวรัส เเละลดการเกิด Cytokine storm

เควอซิทิน (Quercetin) สารพฤกษเคมีหรือ ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytochemical หรือ Phytonutrients)ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบเฉพาะในพืช สารกลุ่มนี้อาจเป็นสารที่ทำให้พืชผักชนิดนั้นๆ มีสี กลิ่นหรือรสซาติที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่พบมากที่สุดในผัก และผลไม้หลายชนิตมีฤทธิ์ต่อต้านหรือป้องกันโรคได้หลายประเภท’ เควอซิตินเป็นสารพฤกษเคมีที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ มีมากในหัวหอม หอมแดง และพืขตระกูลถั่ว

Red onion Free Photo

เควอซิทิน(Quercetin) คืออะไร

เควอซิทิน เป็นหนึ่งในสารพฤกษเคมี หรือ ไฟโตนิวเทรียนท์ หมายถึง สารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบเฉพาะในพืช สารกลุ่มนี้อาจเป็นสารที่ทำให้พืชผักชนิดนั้นๆ มีสี กลิ่นหรือรสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว สารพฤกษเคมีเหล่านี้หลายชนิดมีฤทธิ์ต่อต้านหรือป้องกันโรคบางชนิดและโรคสำคัญที่มักอ้างว่าสารกลุ่มนี้ช่วยป้องกันได้คือ“โรคมะเร็ง”

กลไกการทำงานของสารเมื่อเข้าสู่ร่างกายอาจเป็นไปโดยการช่วยให้เอ็นไซม์บางกลุ่มทำงานได้ดีขึ้น เอ็นไซม์บางชนิดทำหน้าที่ทำลายสารก่อมะเร็งทเข้าสู่ร่างกาย มีผลทำให้สารก่อมะเร็งหมดฤทธิ์ ซึ่งปัจจุบันพบสารพฤกษเคมีแล้วมากกว่า 15,000 ชนิด


ประโยชน์ของเควอซิทิน(Quercetin)

เควอซิทิน เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ เป็นสารที่ให้ฤทธิ์ในการต้าน ออกซิเดชั่นสูงที่สุด มีมากในหัวหอม หอมแดง และพืชตระกูลถั่ว ให้ฤทธิ์ในการป้องกันการอักเสบ ป้องกันแบคทีเรีย และไวรัส ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค ควบคุมการออกฤทธิ์ของฮอร์โมน ช่วยป้องกันอาการแพ้ ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น ในหลอดเลือด และป้องกันหลอดเลือดเลี้ยงสมองอุดตัน ป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด ลดการเป็นพิษต่อเซลล์ไขมันแอลดีแอล (LDL) จากการทดลองกลไกที่สำคัญในการทำงานของหลอดเลือด หัวใจและลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากจะมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง แล้วยังยับยั้งวงจรชีวิตเซลล์ หยุดการขยายตัวของเซลล์ และรวมถึงการทำให้เกิดอะพ็อพโทซิส (apoptosis) หรือการตายของเซลล์ในการเจริญเติบโตของเซลล์เต้านมที่ผิดปกติได้

นอกจากนั้นยังให้ฤทธิ์ในการป้องกันการอักเสบ ป้องกันแบคที่เรีย และไวรัส ช่วยป้องกันอาการแพ้ ปกป้องหลอดเลือด ป้องกันมะเร็ง ชะลอความชรา ป้องกันโรคที่มาพร้อมกับความเสื่อมต่างๆ รวมทั้งโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากความเสื่อม (neurodegenerative diseases)ผลงานวิจัยของกลุ่มวิจัยการแพทย์ทางเสือกแบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นพบว่าเคอร์ชิตินสามารถป้องกันโรคสมองเสื่อม พาร์กินสัน

และยังมีรายงานว่าเคอร์ซิตินยังมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้แผลหายเร็ว(unpublished data) ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาที่ผ่านมา เคอร์ซิตินยังสามารถปกป้องผิวหนังจากแสงอุลตร้าไวโอเล็ต ลดการทำลายเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างอินซูลินในตับอ่อนของหนูที่ถูกเหนี่ยวนำภาวะเบาหวาน ลดอัตราการเกิดต้อกระจกในภาวะเบาหวาน’ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังพบว่าเคอร์ซิตินมีฤทธิ์ลดความบกพร่องการทำงานของเส้นประสาทที่พบในภาวะเบาหวาน (diabetic neuropathy) ตลอตจนบรรเทาอาการปวดทางระบบประสาท (Neuropathic pain)

โดยทั่วไปแล้วในแต่ละวันเราบริโภคเควอซิตินเพียงวันละ 5-10มิลสิกรัม เท่านั้นเอง แต่ส่วนใหญ่ขนาดที่จะให้ผลต่างๆที่กล่าวมาในข้างตันมักอาศัยขนาดที่สูงกว่านั้น

ถึงแม้เราจะสามารถบริโภคเคอร์ซิตินได้สูงถึงวันละ 200-500มิลสิกรัมแต่ยากมากที่เราจะสามารถบริโภคผักผลไม้ที่มีเคอร์ซิตินสูงจนทำไห้ได้ระดับเตอร์ซิดินสูงถึงระตับที่ให้ผลในการป้องกันภาวะต่างๆดังที่กล่าวข้างตัน เนื่องจากเคอร์ฮิตินที่ถูกดูตซึมเข้าสู่ร่างกายจะมีรายงานว่าจะอยู่ในช่วง 0-50% ขึ้นกับว่าเคอร์ซิตินอยู่ในรูปแบบใดและได้รับเข้าไปในร่างกายผ่านรูปแบบใด หลังดูดซึมเคอร์ชิตินส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยกระบวนการเมแทบอลิซึม

ดังนั้นปัจจุบันจึงมีการพยายามนำเอาเทคโนยีสมัยใหม่มาช่วยเพิ่มการกระจายตัวของสารออกฤทธิ์ไปยังอวัยวะเป้าหมายเช่นการดริปเข้าสู่ร่างกาย


ใครที่เหมาะกับเควอซิทิน(Quercetin)

NAD+ ในร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่ออายุมากขึ้นโดยเฉพาะอายุ 35 ปี ขึ้นไป พบว่าระดับ NAD ลดลงเกินครึ่ง นอกจากนี้ระดับ NAD+ จะลดลงอย่างมากในคนที่

  • สูงวัย (Aging)
  • มีการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย (Chronic Inflammation)
  • มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (Chronic disease)
  • วงจรการกิน-นอน-ตื่น ไม่ปกติ (Circadian rhythm dysfunction)


ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต