ผิวสวย ด้วย วิตามิน D

0
413

ผิวสวย ด้วย วิตามิน D

ผิวสวย ด้วย วิตามิน D ได้อย่างไร ค่านิยมของคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือต้องการมีผิวพรรณที่งดงามและไม่ต้องการให้ผิวได้รับแสงแดดจนเกิดความหมองคล้ำ  หลายคนจึงหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับแสงแดดอยู่ตลอดเวลา และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้โอกาสในการที่ผิวจะได้รับวิตามินดีจากสร้างตามธรรมชาติ (ประมาณ  90 เปอร์เซ็นต์)ลดน้อยลง คลิกที่นี่ เพื่อทราบรายละเอียดเพิ่มเติม


วิตามิน D ได้จากที่ไหน

วิตามินD ที่สำคัญในร่างการนั้นมีสองรูปแบบ  คือ วิตามิน  D2  และ D3 ซึ่งร่างกายของเราสามารถรับวิตามินได้ 2 ทาง  คือจากอาหาร และจากการสังเคราะห์ขึ้นเองที่ผิวหนังเมื่อได้รับแสงแดด  แต่ส่วนใหญ่จะได้รับจากแสงแดดมากกว่าอาหาร  เนื่องจากอาหารตามธรรมชาติที่คนเรารับประทานนั้น จะมีวิตามินดีค่อนข้างน้อย  ส่วนวิตามิน D2 นั้น  ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้  ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น  วิตามินดี 2 เป็นวิตามินที่พบเฉพาะในยีสต์  เห็ด  และพืช  อาหารที่เป็นแหล่งสำคัญของวิตามิน D3  คือ น้ำมันตับปลา  ไข่แดง  นม  เนย  ตับสัตว์  ปลาที่มีไขมันมากบางชนิด ส่วนอาหารที่พบวิตามิน D2  ได้แก่  เห็ด  และสาหร่าย  เป็นต้น คลิกที่นี่ เพื่อทราบรายละเอียดเพิ่มเติม


วิตามิน D และเเสงแดด

แสงแดด เป็นแหล่งสำคัญของ วิตามินD ที่พบได้มากที่สุด  โดยปกติแล้วร้อย 90 ของวิตามินดีในร่างกายได้มาจากการสังเคราะห์ที่ผิวหนัง การสังเคราะห์วิตามินดีต้องอาศัยแสงอัลตราไวโอเลตบี ( UVB) จากแสงแดดที่มีความคลื่น ระหว่าง 290- 319 นาโนเมตร  โดยเมื่อมี  UVB จากดวงอาทิตย์มากระทบที่ผิวหนัง 7 –dehydrocholesterol Keratinocyte ที่พบมากในชั้น basal cell และ spinous cell  ของผิวหนังชั้น epidermis และ dermis จะถูกเปลี่ยนไปเป็น precholecalciferol ( pre-vitamin D3 ) ในเวลาอันเร็ว  ต่อจากนั้นถูก isomerize ต่อที่อุณหภูมิร่างกายได้เป็นวิตามิน D3  หลังจากนั้นวิตามิน D3 จะถูกลำเลียงออกจากผิวหนังไปยังหลอดเลือดในชั้นหนังแท้ เพื่อเข้าสู่กระแสเลือดและจับกับ Vitamin D-binding protein ในกระแสเลือดเพื่อนำวิตามิน D3 เข้าสู่ขบวนการเมตาบอลิซึมต่อไป

ในทำนองเดียวกัน  วิตามิน D2 สามารถสังเคราะห์ในพืชได้จากแสงแดดเช่นกัน  โดย ergosterol  ที่มีอยู่ในยีสต์ เห็ด  และพืชบางชนิด  เช่น phytoplankton และ Zooplankton เมื่อได้รับ UVB จากแสงแดด จะถูกเปลี่ยนไปเป็นวิตามิน D2  ได้  ร่างกายคนเราสามารถดูดซึมวิตามิน D2 และสามารถนำไปใช้ได้  แต่หากอยู่ในรูป ergosterol แล้วจะไม่ถูกดูดซึม


ประโยชน์ของวิตามิน D

ประโยชน์ของวิตามินดีหลังการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย  คือจะไปช่วยป้องกันร่างกายในหลาบระบบ  เช่นป้องกันโรคกระดูกพรุน  ควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์  การขาดวิตามินดีพบว่ามีความสัมพันธ์กับมะเร็งลำไส้  มะเร็งเต้านม  มะเร็งต่อมลูกหมาก  มะเร็งรังไข่  โรคเบาหวาน  โรคหัวใจ  Preeeclampsia และ โรคเมตาโบลิกซินโดรม


การขาดวิตามิน D

คนอายุน้อยจะมีวิตามินดีต่ำกว่าคนอายุมาก  ซึ่งปกติแล้วคนสูงอายุก็น่าจะมีระดับวิตามินดีต่ำกว่าคนอายุน้อย

เนื่องจากการผลิตวิตามินดีที่ผิวหนังจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น  แต่สำหรับคนไทยด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวมาในช่วงแรกว่า  ด้วยค่านิยมที่อยากให้ผิวขาวใส  จึงมีการใช้ครีมกันแดดกันอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่วัยรุ่น  จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าเฉลี่ยของวิตามินดีลดลงทั้งหญิงและชาย

ในคนสูงอายุอาจมีโอกสาวขาดวิตามินดี  เพราะผิวหนังและไตมีประสิทธิภาพลดลง  คนที่อ้วนหรือผู้ที่ดูดซึมอาหารไขมันได้ไม่ดีก็มีโอกาสขาดวิตามินดีด้วยเช่นกัน

เนื่องจากวิตามินดีมีความจำเป็นต่อรายการหลายระบบ  และโอกาสที่ร่างกายจะขาดก็มีได้สูง  การจะมีวิตามินดีลงในอาหารก็ดูเหมือนจะไม่พอเพียง เพราะหาอาหารที่มีวิตามิน D สูงได้ยาก  การเพิ่มในรูปของ Supplement จึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้ร่ายกายได้รับวิตามิน D อย่างเหมาะสม  ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมในการเสริมให้กับร่างกายนั้น  หากมีอายุน้อยกว่า 50 ปี  ควรได้รับปริมาณ 200 IU  ต่อวัน  หากมีอายุ  50-70 ปี ควรได้รับในปริมาณ 400 IU ต่อวัน และหากมีอายุมากกว่า 71 ปี ควรได้รับ 600 IU ต่อวัน  สำหรับผู้ที่ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ  และไม่มีกิจการกลางแจ้งเลย  อาจจะต้องเสริมให้ได้ตั้งแต่ 800 IU ต่อวัน  ซึ่งการรับประทานในปริมาณนี้จะไม่เกิดพิษต่อร่างกายอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามการตากแดดมากเกินไปก็ไม่ได้ทำให้เกิดพิษจากวิตามินดีเช่นกัน  เพราะความร้อนที่ผิวหนังจะช่วยสลายวิตามินดีในร่างกายไม่ให้มีปริมาณมากเกินไป


การตรวจวัดระดับวิตามิน D

การเจาะเลือดเพื่อดูระดับไฮดรอกซีวิตามินดี  หรือ 25 (OH) VitD นับเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบอกว่าร่างกายมีระดับวิตามินดีเหมาะสมหรือไม่  หน่วยการนับจะมี 2 หน่วย คือ ng/ml และ nmol/l โดยที่ 1 ng/ml = 2.5 nmol/l และมีค่าปกติอยู่ที่ 30 ng/ml  ซึ่งหากไปตรวจเจาะระดับวิตามิน D แล้วพบว่ามีค่าต่ำ ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์  เพื่อให้การดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไป  เนื่องจากการขาดวิตามิน D จะมีผลต่อสุขภาพภายในของร่างกายได้ดังที่กล่าวมา


สนใจฉีดเพิ่มระดับ วิตามิน D กับทางสยาม คลินิก ภูเก็ต

  1. ฉีดเพิ่มภูมิต้านทาน Vitamin D3 300,000 IU

โปรโมชั่นพิเศษสุด 3 ครั้ง 7,500.- (ปกติราคา 8,997.-)

ฟรี ตรวจภูมิคุ้มกัน SARS-CoV-19 มูลค่า 1,500.-

2. ฉีดเพิ่มภูมิต้านทาน Vitamin D3 300,000 IU 1 ครั้ง และ ตรวจ Antibody 1 ครั้ง

เพียง 4,000.- (ปกติราคา 4,499.-)

โบท็อกซ์รักแร้


ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต

บทความก่อนหน้านี้โปรโมชั่นเดือน พฤศจิกายน – Promotions Nov 2021
บทความถัดไปประกาศรับสมัครผู้ร่วมงานกับคลินิก