3 โรคอันตราย ที่คนวัยทำงานต้องระวัง

0
236

ทำงานหนักจนโรคถามหา เช็คด่วน 3 โรคอันตรายที่คนวัยทำงานต้องระวัง!

เมื่อเรามีสุขภาพที่ดี ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีเพิ่มขึ้นไปด้วย แต่พอเราทำงานหนักจนไม่ได้ดูแลตัวเอง โรคต่างๆ ก็จะเริ่มถามหา มาลองเช็กตัวเองกันดูว่าเข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคสุดฮิตวัยทำงานทั้ง 3 โรคนี้หรือเปล่า


3 โรคอันตราย ที่คนวัยทำงานต้องระวัง


1.โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)

เวลาลงเล่นน้ำเราก็สามารถทาครีมกันแดดได้ ซึ่งบนฉลากต้องระบุไว้ว่า “Water Resistant” ซึ่งนอกจากจะกันน้ำได้ ยังกันเหงื่อได้อีกด้วยค่ะ แต่หลังจากโดนน้ำผ่านไป 40

เรียกได้ว่าเป็นฆาตรกรเงียบจริงๆ สำหรับโรคความดันโลหิตสูง เพราะมักจะไม่แสดงอาการให้เห็นและยังเป็นสาเหตุที่ทำให้โรคอื่นๆ ตามมาได้อีกด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือโรคหลอดเลือด และกว่าที่คนป่วยบางคนจะรู้ตัวแล้วไปตรวจ ก็อาจจะเกิดโรคแทรกซ้อนแล้ว

ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้ก็มีอยู่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเพราะพันธุกรรม ความอ้วน การไม่ออกกำลังกายภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ชอบกินเค็ม ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือแม้แต่โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคไต ก็ทำให้มีความดันโลหิตสูงตามมาได้

อย่างที่บอกไปว่าอาการของความดันโลหิตสูงนั้นไม่ชัดเจน แต่ในบางคนก็อาจจะปวดหัว หายใจถี่ เลือดกำเดาไหล เวียนหัว เจ็บหน้าอก มองภาพเบลอหรือฉี่เป็นเลือดก็มี โดยวิธีป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก็คือ กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เลี่ยงของทอด ไขมันสัตว์ อาหารโซเดียมสูง หรืออาหารน้ำตาลสูง แล้วหันมากินผักผลไม้ให้มากขึ้น รวมทั้งออกกำลงกายบ้างเมื่อมีเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการกับความเครียดอยู่เสมอ


2.โรคกรดไหลย้อน (GERD)

ควรทาก่อนใส่เสื้อผ้าหรือชุดว่ายน้ำ เพราะทาครีมทีหลัง ส่วนที่อยู่ในร่มผ้าก็ทำให้โดนแสงแดดได้ วิธีทาครีมกันแดดควรทาให้ทั่วทุกส่วน เช่น ลำคอ แผ่นหลัง และหู ก็จำเป็นเ

เชื่อว่าคงมีหลายๆคนที่ทำงานเร่ง งานด่วน หรืองานหนักบ่อยมากจนต้องรีบกินรีบนอน กรดไหลย้อนก็เลยเกิดขึ้น! แต่นอกจากการกินแล้วนอนทันที ยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกหลายอย่างเลย เช่น ความอ้วน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ คาเฟอีน ภาวะกระเพาะอาหารบีบตัวช้า ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด หรือการตั้งครรภ์ก็ด้วย

อาการที่เห็นได้ชัดเลยก็คือแสบร้อนที่บริเวณลิ้นปี่ บางคนอาจจะลามมาถึงลำคอ เรอเปรี้ยว กลืนลำบาก แน่นท้อง อาจมีโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น โรคกระเพาะหรือภาวะลำไส้แปรปรวน

หากไม่อยากทรมานเพราะกรดไหลย้อน วิธีแรกที่ควรทำก็คือ ค่อยนอนหลังจากที่กินอาหารไปแล้ว 3 ชั่วโมง รวมทั้งลดการกินอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือเค็มจัด เลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอย่ากินข้าวเย็นเยอะจนเกินไป หรือถ้าเป็นไปได้ก็ควรงดกินมื้อดึก


3.โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)

ควรทาก่อนออกไปเจอแส

จริงๆ แล้วสาเหตุของโรคออฟฟิศซินโดรมก็คือการนั่งท่าเดิมนานเกินไปหรือนั่งไม่ถูกวิธี เช่น นั่งห่อไหล่ นั่งหลังงอ นั่งไขว่ห้าง แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งผลให้เกิดโรคนี้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะหรือเก้าอี้ทำงานที่ไม่เหมาะกับสรีระ รวมทั้งความเครียดจากการทำงานและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

อาการของออฟฟิศซินโดรมนั้นเห็นได้ชัดมากๆ เพราะจะปวดหลัง ปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ หรือกล้ามเนื้อตึง และอาจเป็นสาเหตุลุกลามให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังหรือปัญหาเส้นประสาทอื่นๆ ได้ แต่บางคนก็อาจจะปวดหัว ตาแห้ง เวียนหัว อ่อนเพลียหรือนอนไม่หลับอีกด้วย

วิธีบรรเทาอาการและป้องกันออฟฟิศซินโดรมก็คือนั่งทำงานให้ถูกต้อง โดยให้เริ่มจากการทำวิธีต่อไปนี้เลย

  1. นั่งหลังตรงหรือพิงพนักพิงเก้าอี้ หากหลังไม่แนบกับพนักพิงให้หาหมอนรองมาช่วย
  2. อย่าลืมเลือกขนาดโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะสมกับสรีระ
  3. ไม่นั่งห่อไหล่
  4. ควรวางจอคอมพิวเตอร์ให้พอดีกับระดับสายตา
  5. ระดับของข้อศอกและข้อมือในตอนนั่งทำงานควรอยู่ในระนาบเดียวกันกับคีย์บอร์ด
  6. ไม่นั่งไขว่ห้าง และควรวางเท้ากับพื้นให้เต็มฝ่าเท้า หัวเข่าชี้ตรงไปข้างหน้า
  7. หากนั่งถูกต้องสะโพกและขาจะตั้งฉากกัน

ต่อให้โรคสุดฮิตทั้ง 3 โรคนี้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เกิดเลยถ้ายังละเลยการดูแลสุขภาพ ฉะนั้นแล้วการดูแลตัวเองให้ดีๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจเพราะการไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐที่สุด


ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต

บทความก่อนหน้านี้5 เคล็ดลับจุดเริ่มต้นในการป้องกันสมองเสื่อม
บทความถัดไป3 เรื่องจริงสุดอึ้งของร่างกาย ที่เราอาจไม่เคยรู้