ทำความรู้จักกับ ฟิลเลอร์ กัน

ฟิลเลอร์ คือ อะไร ทำไมต้องแห่ไปฉีดฟิลเลอร์ที่ สยามคลินิก

0
401

ทำความรู้จักกับ ฟิลเลอร์ (Filler) กัน

ฟิลเลอร์ คือ เป็นคำกว้างๆที่เราหมายถึงสารเติมเต็มทุกชนิด ที่นำมาใช้เติมเต็มต่างๆ เพื่อให้ดูสวยงามเป็นธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นไขมันหรือซิลิโคนเหลวต่างๆที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ปัจจุบันมีการคิดค้น สารเติมเต็มที่เรียกว่า ไฮยาลูรอนิค แอซิด Hyaluronic Acid หรือเราที่เรียกกันสั้นๆ ว่า HA ผลิตขึ้นจากการเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ  เพื่อนำมาเติมเต็มหรือใช้ทดแทน คอลลาเจนและไฮยาลูรอน  ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ โครงสร้างผิวที่ร่างกายจะสูญเสียไปเมื่อเรามาอายุเพิ่มขึ้นนั่นเองฟิวเลอร์


ฟิลเลอร์ แตกต่างกับไฮย่า ต่างกันอย่างไร?

ในประเทศไทยที่แพทย์เรียกกันว่าฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็มทุกชนิด และยังหมายถึง ไฮยาลูรอนิค แอซิดแท้ เพียงแต่บางคลินิกจะไม่นิยมใช้คำว่า “ฉีดฟิลเลอร์” แต่จะใช้คำว่า “ฉีดไฮย่าหรือฉีด HA” แทน เนื่องจากเหตุผลทางการค้า

ฟิวเลอร์


ฟิลเลอร์ ฉีดในจุดไหนได้บ้าง

สำหรับบนใบหน้าที่นิยมเติมเต็ม ฟิลเลอร์ กันจะมีทั้งหมด 7 จุด ด้วยกันดังนี้

  1. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะเป็นการทำให้ดวงตาดูสดใส ชุ่มชื้นขึ้น เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้นกระดูกใต้ตาจะยุบตัวลง เนื้อน้อยลง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  2. ฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะสำหรับช่วยปรับรูปหน้าให้สมส่วนหรือทำให้ใบหน้าดูเรียววีเชฟ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคาง
  3. ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะทำช่วยให้หน้าดูไม่แก่กว่าวัย เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่องแก้มจะลึกเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ซึ่งมีทางคลินิคจะหลายเทคนิคด้วยกัน หมอจึงจำเป็นที่จะประเมินว่าคนไข้แต่ละคนว่าเหมาะสมกับเทคนิคแบบไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดี
  4. ฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนทรงปาก ต้องการทำปากให้ดูอวบอิ่ม ปัญหาเรื่องริมฝีปากบาง ริ้วรอยบริเวณขอบปาก ปากแห้ง การเติมฟิลเลอร์ปากนั้นก็จะช่วยได้โดยไม่ต้องไปผ่าตัดศัลยกรรม หลังฉีดเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีชัดเจน แล้วเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
  5. ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นอีกส่วนที่เมื่อฉีดเติมเต็มแล้วจะช่วยในการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน ต้องการเสริมโหงวเฮ้งและไม่อยากผ่าตัด เห็นผลทันทีหลังทำ ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
  6. ฉีดฟิลเลอร์ขมับ คือจุดสำคัญแล้วยังต้องใช้เทคนิครวมถึงความชำนาญของแพทย์สูงมาก ในการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนเข้ารูป และเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ต้องการเสริมโหงวเฮ้ง ไม่ว่าจะด้านการค้าขายหรือธุรกิจ ที่เชื่อว่าจะช่วยทำให้รับทรัพย์มากขึ้น มีคนช่วยอุปถัมภ์
  7. ฉีดฟิลเลอร์จมูก เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาพักฟิ้น กลัวการผ่าตัดมากๆ แต่ต้องมีฐานจมูกอยู่บ้างแล้ว การฉีดเติมเต็มก็เพื่อให้สันจมูกหรือปลายจมูกดูคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ มีทั้งหมดกี่ประเภท

ในต่างประเทศนั้นการฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม (Injectable Filler) สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

  1. การเติมไขมัน (Transplanted Fat) จะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการฉีดเติมเต็มครั้งละมากๆ 10-20 CC
  2. Collagen จากสัตว์ ยังไม่นิยมใช้ในปัจจุบันเนื่องจากมีอาการแพ้ฟิลเลอร์ บวมแดงได้ง่าย
  3. Biosynthetic polymers เป็นกลุ่มของซิลิโคนเหลว ที่ไม่สลาย ไม่ปลอดภัยและไม่ผ่านอย.
  4. การเติม HA (Hyaluronic Acid) มีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบัน ปลอดภัย สลายหมด ซึ่งวิธีการเติม HA หรือ Hyaluronic Acid นั้นกลายเป็นวิธีมาตรฐาน จนเราเรียกกันติดปากว่าเติมฟิลเลอร์นั่นเอง

ฟิลเอร์ก็คือการเติมไขมัน


ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ คือ?

  1. ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอย และปรับโครงสร้างใบหน้าได้
  2. ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลทันที ไม่มีรอยแผล
  3. มีความปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย ได้รับการรับรองจากอย.
  4. สามารถฉีดสลายออกโดยไม่เป็นอันตราย เติมใหม่ได้เรื่อยๆ
  5. แก้ไขในจุดที่ต้องการความละเอียดสูงได้ดี เช่น ใต้ตา ร่องแก้มที่เป็นปัญหาได้อย่างแม่นยำ ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ

ควรฉีดฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ? 

ในการเลือกใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับจุดที่ต้องการฉีด ซึ่งไม่มีฟิลเลอร์รุ่นใด แบรนด์ใด ที่สามารถฉีดได้ทุกจุดบนใบหน้า หรือทุกสภาพผิว คนไข้แต่ละเคสจึงจำเป็นต้องเข้ามาที่คลินิกเพื่อให้แพทย์เป็นผู้ประเมินปัญหาอย่างละเอียดว่าเป็นเช่นไร สภาพผิวเหมาะที่จะเลือกใช้ ฟิลเลอร์ชนิดใด เพื่อเลือกใช้รุ่นที่เหมาะสมกับปัญหานั้นๆ

ซึ่งหลักๆ ก็จะมีฟิลเลอร์จาก 4 ประเทศ ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย คือ ฟิลเลอร์จากสวีเดน, อเมริกา, สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเกาหลี

ฟิลเลอร์
ตัวอย่าง ฟิลเลอร์ที่สยามคลินิกใช้

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย สังเกตได้จากอะไรบ้าง?

เพื่อความปลอดภัยคนไข้ควรศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ ว่ามีจุดสังเกตอะไรบ้าง และมีบริษัทนำเข้ามาอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ สังเกตได้จาก

  1. กล่องบรรจุภัณฑ์ ปิดสนิทไม่มีร่องรอยการเปิด มีเลขทะเบียนอย. ที่กล่อง
  2. มีเอกสารกำกับภาษาไทยแนบที่กล่อง
  3. มีเลข lot ที่กล่องชัดเจน ที่ซองบรรจุภัณฑ์ สติกเกอร์หรือหลอดยา ตรงกัน
  4. สามารถเช็คเลข lot กับบริษัทนำเข้าได้


ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์ 

  1. ควรหาข้อมูลต่างๆที่จำเป็นเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ เทคนิคในการทำ รวมไปถึงวิธีการสังเกตฟิลเลอร์แท้แต่ละยี่ห้อ เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี และปลอดภัย
  2. ควรงดยาและวิตามินบางชนิดก่อนฉีดฟิลเลอร์ เช่น แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน Johns Wort, ginkgo biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E
  3. ควรงดยาผลัดเซลล์ผิว งดโกนขนบริเวณที่จะ ฉีดฟิลเลอร์
  4. ควรงดคอร์สเลเซอร์และนวดหน้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนฉีด
  5. หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
  6. แพทย์จะพิจารณาให้กินยาห้ามเลือดหรือฉีดยาลดบวมในบางเคส เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ อักเสบติดเชื้อ
  7. ก่อนทำสามารถแปะยาชาก่อนฉีดฟิลเลอร์ได้ และแพทย์จะฉีดยาชาในจุดนั้นๆก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์เพื่อให้รู้สึกเจ็บน้อยที่สุดในขณะดันยา ทั้งนี้ในฟิลเลอร์ยังมีส่วนผสมของยาชาด้วย

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ 

  1. เข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ประเมินปัญหาที่ต้องการแก้ไข
  2. แพทย์จะแนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์และปริมาณที่เหมาะสม กับจุดที่ต้องการแก้ไข
  3. ทำความสะอาดใบหน้า ให้สะอาด แปะยาชาหรือไม่แปะก็ได้
  4. ก่อนฉีดแพทย์จะมีการวาดลาย บริเวณที่จะฉีด แกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นของแท้หรือไม่ก่อนทำการฉีด
  5. ฉีดยาชาเพื่อลดความเจ็บจากเข็ม และฉีดเติมเต็มส่วนต่างๆ อาจจะมีการกดนวดเพื่อให้เนื้อฟิลเลอร์เข้าที่ ทั้งนี้ในฟิลเลอร์จะมียาชาผสมอยู่ด้วยไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บ

เมื่อฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้ว แพทย์จะแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังการฉีดฟิลเลอร์ด้วย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็ว และเพื่อยืดอายุให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้นอีกด้วย


อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์ คือ?

อาจมีรอยแดง ช้ำเขียวจากเข็มได้ ซึ่งจะหายไปเองได้ใน 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับบุคคลด้วยและจะอาการบวมหลังฉีด เป็นปกติ แล้วสามารถบุบบวมไปเองได้ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์ จะเข้าที่ และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน


ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด ฟิลเลอร์ คือ?

    1. ไม่นอนราบหลังทำ 4 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการแกะ เกาและกดนวด ไม่คลำในจุดที่ฉีด อาจมีอาการบวมแดงหรือเขียวช้ำเป็นปกติ จะค่อยๆ ดีขึ้นใน 2-3 วัน (หากหลังจาก 3 วันไปแล้ว มีอาการบวมมากขึ้น แสบร้อนมากขึ้นให้ติดต่อกลับมาที่คลินิก)
    2. หากก่อนทำไม่ได้ทานยาฆ่าเชื้อ หลังทำควรรีบทานยาฆ่าเชื้อทันที นอกจากนี้ยังสามารถทานยาแก้ปวด ลดบวมร่วมได้
    3. หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม. เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดดเป็นต้น
    4. ให้งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิดอย่างน้อย 1 เดือน
    5. ควรงดทานอาหารบางอย่างที่ส่งผลต่อการอักเสบ บวมและทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้า เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อาหารหมักดอง งดสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ยุบบวมช้ากว่าปกติ

เลือกฉีดฟิลเลอร์ ปลอดภัย ที่ไหนดี ?

เราต้องเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ แพทย์ต้องมีประสบการณ์และใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัย ซึ่งแพทย์จะประเมินและเลือกใช้ฟิลเลอร์ตัวที่เหมาะกับบริเวณที่คนไข้ต้องการจะแก้ปัญหา เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามและเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับสยามคลินิก ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ มั่นใจว่าไม่ตกค้าง สลายได้ 100 % และผ่าน อย.

Dr.ฟิลเลอร์Dr.โบท็อกซ์


รีวิวลูกค้า

ฟิลเลอร์
รีวิวฟิลเลอร์ใต้ต้า

ติดตาม โปรโมชั่นฟิลเลอร์ ได้ที่นี่


ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต

บทความก่อนหน้านี้HIFU ยกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด
บทความถัดไปรีวิว – รักษาหลุมสิว คุณไตเติ้ล