ไขข้อสงสัย ฉีดโบท็อกบ่อยๆ จะทำให้ ดื้อยา (โบท็อก) จริงไหม และต้องแก้ไขอย่างไร ?

0
307

ฉีดเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผล อาการ ดื้อยา (โบท็อก) Xeomin ช่วยคุณได้!

อาการ ดื้อยา (โบท็อก) คืออะไร

อาการ ดื้อยาโบท็อก (Botox) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเราฉีดโบท็อกเข้าไปแล้วไม่เห็นผล ซึ่งปกติในการดูแลรักษาด้านความงาม เราจะฉีดโบท็อก เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าหรือใช้โบท็อกเพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อบริเวณกราม ให้ใบหน้าเรียวเป็น V Shape

แต่เมื่อร่างกายของเราเกิดภาวะดื้อยา (โบท็อก) แล้วผลที่ควรจะเกิดขึ้นคือริ้วรอยหายไปกลับไม่หายไปใบหน้าที่ควรจะเรียวก็ไม่เห็นผลเช่นกัน ซึ่งสาเหตุเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราทำลายโบท็อกให้หมดไป จึงไม่สามารถไปออกฤทธิ์ยังกล้ามเนื้อที่เราต้องการได้

ดื้อยา (โบท็อก)

อาการดื้อยา (โบท็อก) เป็นอย่างไร

  • ระยะเวลาของผลลัพธ์สั้นลงเมื่อเปรียบเทียบกับการรักษาครั้งก่อนหน้า
  • การรักษามอบผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจเทียบเท่ากับการรักษาครั้งก่อนหน้า
  • การรักษาไม่เห็นผลเลย

สาเหตุการเกิดอาการ ดื้อยา (โบท็อก)

โบท็อกเป็นโปรตีน (Protein) อย่างหนึ่ง ซึ่งโดยธรรมชาติเมื่อเข้าไปสู่ร่างกายย่อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดี (Anti-Body) ขึ้นมา โดยเป็นหลักการเดียวกับการฉีดวัคซีนเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรค

โดยปกติหากเราใช้โบท็อกในทางด้านความงาม ถ้าใช้โบท็อกที่มีคุณภาพ ด้วยปริมาณและความถี่ที่เหมาะสม โอกาสที่จะเกิดภาวะดื้อยา (โบท็อก) นั้นมีน้อยมาก ภาวะดื้อยา (โบท็อก) ส่วนใหญ่ที่พบมักเกิดในการใช้โบท็อกในการรักษาโรคหรือความเจ็บป่วย เช่น กล้ามเนื้อหดเกร็ง ชักกระตุก เป็นต้น ซึ่งการรักษาเหล่านี้จำเป็นจะต้องใช้ปริมาณโบท็อกในแต่ละครั้งมากกว่าการรักษาด้านความงามมากหลายเท่า จึงทำให้มีโอกาสเกิดภาวะดื้อโบท็อกที่สูงกว่า


การป้องกัน/ แก้ไข อาการ ดื้อยา (โบท็อก)

วิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนคือ ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้กับตนเอง ซึ่งทำได้ง่ายๆ คือเลือกฉีดโบท็อกกับสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ใช้โบท็อกยี่ห้อที่มีคุณภาพ มีแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ – ความชำนาญเป็นผู้ดูแลและเลือกใช้ปริมาณโบท็อกที่เหมาะสมและไม่ถี่จนเกินไป เพื่อลดริ้วรอยให้ทุกคนดูอ่อนเยาว์ สวย หล่อกว่าวัยไปตลอด หรือเลือกใช้โบท็อกที่เหมาะสำหรับอาการดื้อยา (โบท็อก) โดยเฉพาะ เช่น โบท็อก Xeomin

การป้องกัน/ แก้ไข อาการ ดื้อยา (โบท็อก)

โบท็อก Xeomin คืออะไร แก้ปัญหา ดื้อยา (โบท็อก) ได้จริงไหม

โบท็อก Xeomin คือ โบท็อกสัญชาติเยอรมัน เป็นโบท็อกโมเลกุลเล็กเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ ทางบริษัทได้มีการพัฒนา XTRACT Technology™ มาใช้ในกระบวนการการผลิต เพื่อกำจัดโปรตีนที่ไม่จำเป็น (accessory protein) ออกจากโมเลกุลของท็อกซิน ทำให้โมเลกุลของโบท็อกมีขนาดเล็กลง แต่ยังคงประสิทธิภาพในการยับยั้งการทำงานของระบบประสาทได้ดี

Xeomin

และด้วยโบท็อกเยอรมัน Xeomin ได้มีการกำจัดโปรตีนที่ไม่จำเป็นออก ทำให้โบท็อกมีความบริสุทธิ์สูง โอกาสการดื้อยาต่ำ และมีงานวิจัยยืนยันว่า ถ้าฉีด Xeomin ในเคสที่มีประวัติดื้อโบท็อก จะเห็นผลมากกว่าฉีดยี่ห้ออื่น ๆ หากเว้นระยะการฉีดมาแล้ว 2-3 ปี

ผลการวิจัยการทดลองฉีดโบท็อก Xeomin ในกลุ่มทดลอง พบว่า 99.4% ไม่พบการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารต้านโบท็อก (NAbs) และ 0.6% พบว่าร่างกายมีการสร้างสารต้านโบท็อก แต่โบท็อกยังสามารถออกฤทธิ์ได้ดี จึงสรุปได้ว่า ในการทดลองครั้งนี้ไม่มีตัวอย่างใดที่มีการแสดงออกว่าดื้อโบท็อก Xeomin


โบท็อก Xeomin แตกต่างจากโบท็อกยี่ห้ออื่นอย่างไร

  • มีการใช้ XTRACT Technology™ เพื่อกำจัดโปรตีนที่ไม่จำเป็นออก ทำให้โมเลกุลของโบท็อก Xeomin มีความบริสุทธิ์สูง
  • เป็นโบท็อกที่มีน้ำหนักโมเลกุลน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ (Low Molecular weight) ทำให้กระจายตัวได้ดี ฉีดแล้วไม่ตึงแข็งเกินไป
  • มีงานวิจัยที่ระบุว่า โบท็อก Xeomin มีโอกาสได้ผลในเคสดื้อยามากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ แต่ทั้งนี้การดื้อโบท็อกเป็นภาวะที่รักษาไม่หาย จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่า Xeomin จะใช้ได้ผลในเคสดื้อยาทุกเคส

โบท็อกที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นอย่างไร?

การไม่บริสุทธื์ของโบท็อก หมายถึงการมีสิ่งเจอปน (Impurities) ที่ไม่จำเป็นต่อการออกฤทธิ์ปะปนอยู่ เนื่องจากขั้นตอนในการผลิต และความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการสกัดที่แตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ ซึ่งทำให้โมเลกุลมีระดับความบริสุทธิ์ที่แตกต่างกันไปเช่นกัน สิ่งเจือปนที่มักพบ ได้แก่ โปรตีนโมเลกุลเชิงซ้อน (Complexing proteins) โครงสร้างที่ไม่มีประโยชน์ต่อการออกฤทธิ์ (Inactive neurotoxin) หรือ สิ่งที่ตกค้างจากกระบวนการผลิต (Manufacturing residues)


ฉีดโบท็อก Xeomin ตรงไหนได้บ้าง


การเตรียมตัว ก่อนฉีดโบท็อก Xeomin

  • หยุดการรับประทานยากลุ่ม NSAIDs, Vitamin E, น้ำมันตับปลา และสารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ก่อนการรักษา
  • ถ้ามีประวัติของโรคเริมบริเวณริมฝีปาก ควรแจ้งแพทย์ก่อนการรักษา เพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณรอบริมฝีปาก

การเตรียมตัว หลังฉีดโบท็อก Xeomin

  • งดการนอนราบเป็นเวลา 4 ชั่วโมงหลังการรักษา
  • งดการนวด กด ถู บริเวณที่รักษาเป็นเวลา 4 – 6 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการที่มีความร้อน (เลเซอร์) หรือซาวน่า เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • สามารถใช้น้ำแข็งประคบ ในกรณีที่มีรอยช้ำ หรือ บวมแดง
  • สามารถใช้เครื่องสำอางค์ได้หลังการรักษา
  • รอยนูนจากการฉีดจะหายไปเองภายใน 2 – 3 ชั่วโมง
  • หากมีอาการผิดปกติ ควรกลับมาพบแพทย์ทันที

บทความอื่นๆ

ติดต่อสยามคลินิกภูเก็ต

บทความก่อนหน้านี้มาทำความรู้จัก 5 สาเหตุหลักของ อาการนอนไม่หลับ (Insomnia)
บทความถัดไปไขข้อสงสัย “รูปทรงปาก” แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร จะสายฝอหรือสายเกาก็เลือกสวยได้ดั่งใจ